โรคภูมิแพ้

Last updated: Nov 21, 2019  |  303 จำนวนผู้เข้าชม  |  Spacer

โรคภูมิแพ้

    
โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่แสดงอาการได้กับหลายระบบในร่างกายคนเรา เช่น

*ถ้าเป็นที่ตา เรียกว่า เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ จะมีอาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล ผนังตาบวม แสบตา

*ถ้าเป็นจมูก เรียกว่า โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ จะมีอาการจาม คัดจมูก คันจมูก แน่นจมูก น้ำมูกไหล คันเพดานปาก หรือคอ หายใจไม่สะดวก

*ถ้าเป็นที่หลอดลม เรียกว่า โรคหลอดลมอักเสบจากโรคภูมิแพ้ หรือโรคหอบหืด จะมีอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจขัด

*ถ้าเป็นที่ผิวหนัง เรียกว่า โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ จะมีอาการคัน มีผดผื่นตามตัว ผื่นมักแห้งแดง อาจเป็นตุ่มนูนปื้นแดง ในเด็กเล็กมีสะเก็ดบางๆมักเป็นที่แก้ม หัวเข่า และข้อศอก ในเด็กโตมักเป็นที่ข้อพับแขนและขา

*ถ้าเป็นที่ระบบทางเดินอาหาร เรียกว่า โรคแพ้อาหารจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียท้องอืด ปากบวม อาจมีอาการของระบบทางเดินหายใจ และผิวหนังร่วมด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ

ปัจจัยนำ เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งเชื่อว่าเป็นจากกรรมพันธุ์ พ่อ แม่ ญาติพี่น้องสายตรง จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป

ปัจจัยเฉพาะ คือ สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่รอบตัวเราสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง

*ทางการหายใจ เช่น ตัวไรฝุ่น นุ่น  ขนสัตว์  และรังแคของสัตว์เลี้ยง ฝุ่นผง ฝุ่นแป้ง ละอองเกสรดอกไม้  หญ้า      เชื้อรา  ไอระเหย  มลพิษทางอากาศ ฯลฯ

*ทางการรับประทานอาหาร เช่น นมวัว อาหารทะเล แป้ง ขนมปัง ถั่วชนิดต่างๆ ธัญพืชบางชนิด หรือผลไม้บางชนิด อาหารหมักดอง ฯลฯ

*ทางการสัมผัส เช่น ถุงมือยาง ปุ๋ย สี น้ำมัน น้ำยาสารเคมี สารคอรีนในสระนำ้ อาหารสัตว์ แป้ง ครีม ฯลฯ

แพ้ขนสัตว์  แพ้ขนสุนัข  แพ้ธัญพืชหรือสมุนไพร  แพ้ระอองเกสรดอกไม้  แพ้ผลไม้บางชนิด  แพ้ขนมปัง



ปัจจัยเสริม คือ สาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้แต่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเกิดขึ้นได้ หรือ ถ้ามีอาการอยู่แล้ว จะเป็นมากขึ้น ได้แก่สารระคายเคืองต่อเยื่อบุโพรงจมูกโดยตรง เช่น ควันบุหรี่ ควันไฟ ควันท่อไอเสีย ควันจากการเผาหญ้าฟาง ควันจากการประกอบอาการ ผัด ทอด หรือจากสารระเหยรูปแบบต่างๆ ฯลฯ

-การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เช่น อากาศร้อนจัด อากาศเย็นจัด ฝนตก หรือช่วงเปลี่ยนฤดูเช่นปลายฝนต้นหนาวเป็นต้น

-ร่างกายอ่อนเพลีย เช่น อดนอน ทำงานหนัก ขาดการออกกำลังกาย ฯลฯ

-อารมณ์ตึงเครียด เช่น วิตกกังวล นอนไม่หลับ

-โรคติดเชื้อ เช่น ไซนัสอักเสบ ต่อมทอลซิลอักเสบ เจ็บคอ เป็นไข้หวัด

การรักษาโรคภูมิแพ้ มีขั้นตอนในการรักษา 4 ขั้นตอน

1.การดูแลตนเองอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยง หรือกำจัดสิ่งที่แพ้ เป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด รวมถึงป้องกันจุดที่เป็นต้นเหตุหรือสาเหตุ   ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง  และนอนหลับพักผ่อนให้ เพียงพอ  ให้ใช้วิธีสังเกตว่าสัมผัสอะไรอยู่ในสิ่งแวดล้อมใด  หรือรับประทานอาหารอะไรและมีอาการผิดปกติ          ควรหลีกเลี่ยง สิ่งนั้น

2.การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ ยารับประทาน ยาพ่นจมูก ยาทาผิวหนัง ยาสูด หรือพ่นคอ ยาหยอดตา ซึ่งมีความจำเป็นในระยะแรก ยาเป็นเพียงการรักษาปลายเหตุ เมื่อสามารถดูแลตนเอง  และควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้นก็ใช้  ยาน้อยลงเรื่อยๆ และทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ผู้ป่วยจะเดินทาง ควรเตรียมยาชนิดต่างๆที่รักษาอาการ โรคภูมิแพ้ของตนเองให้พร้อม ยกตัวอย่างเช่น ยาพ่นยาชนิดฝอยละออง (MDI) กรณีเป็นเด็กเล็กควรพ่นยาผ่าน กระบอกพ่นยา หรือที่เรียกว่า Spacer ทุกครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพ่นยาให้เข้าถึงและลึกมากขึ้น รวมผู้ ถึงผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการพ่นยาก็สามารถใช้ Spacer ช่วยในการพ่นยาได้    ข้อดีอีกประการของการใช้        กระบอกพ่นยา Spacer คือช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองของตัวยาโดยไม่จำเป็นลงไปได้มาก จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องยา

  spacer asthma      spacer กระบอกพ่นยา        กระบอกพ่นยาเด็กเล็ก         กระบอกพ่นยาเด็กเล็ก        spacer กระบอกพ่นยาเด็กโต-ผู้ใหญ่



3.การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เป็นการรักษาโดยฉีดยาสารภูมิแพ้ ที่เป็นสาเหตุเข้าในตัวผู้ป่วย วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมาก ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยา หรือแพ้ในสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ทีละน้อย และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีถ้าได้ผลดี อาจต้องฉีดวัคซีนภูมิแพ้ต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปี

4.การรักษาในการผ่าตัด ใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการคัดจมูก แน่นจมูก อาการจมูกบวม ซึ่งให้การรักษาโดยการใช้ยาอย่างเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น ต้องรักษาโดยการใช้คลื่นวิทยุ จี้ให้เยื่อบุจมูกยุบบวม

โดยสรุป...โรคภูมิแพ้สามารถรักษาให้อาการต่างๆ ดีขึ้น การรักษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้ยาเพียงอย่างเดียว จำเป็น

ต้องอาศัยความร่วมมือ และการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องของผู้ป่วยด้วยการดูแลใส่ใจตนของ

Powered by MakeWebEasy.com